ขุนพันธ์



วันนี้แอดมินจะพาทุกคนมาชมหนังไทยกันบ้างที่เกี่ยวกับ เรื่องคาถา อาคม ก็คงไม่พ้นเรื่องนี้แน่นอน”ขุนพันธ์”อยากรู้จักเรื่องนี้มากขึ้นเรามาอ่านกันเลย

ขุนพันธ์ สรา้งจากชีวประวัติของ “พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ ราชเดช” หรือ “บุตร พันธร”อดีตนายตำรวจที่ปราบเสือ ภูมิภาคต่างๆตั้งแต่ยุคสงครามโลก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ขุนพันธ์
บุตร พันธร

ขุนพันธ์ หลังจากปราบ “เสือกรับ คำทอง”ได้สำเร็จ ได้รับภาจกิจให้ไปสืบข่าว”อัลฮาวี่ยะลู”จอมโจรแบ่งแยกดินแดน ผู้ครอบครอง”ไตรภาคี”ของหายาก 3 สิ่งที่เชื่อว่ามีพลังวิเศษ ขุนพันธ์ได้เข้าไปแฝงตัวเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงที่มีผู้นำคือ “ไข่โถ”และทำงานในสโมสรงาช้างของหลวงโอฬารข้าราชการผู้ฉ้อฉลที่หลอกใช้ อัลฮาวียะลู เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

ขุนพันธ์
หลวงโอฬาร

ด้าน อัลฮาวียะลูเค้นถามตำรวจสองนายที่รอดชีวิตจากการถูกกองโจรของตนซุ่มจอมตีจนพบว่ายังมีตำรวจนายหนึ่งแฝงตัวอยู่ในพื้นที่และ ต่อมา บุตรไปพบ มาลัย น้องสาวของไข่โถก่อนจะถูกกองโจรของอัลฮาวียะลูซุ่มโจมตี เขาได้ถูกยิงแต่เขาหนีรอดมาได้

ขุนพันธ์
กองโจรของอัลฮาวียะลู

หลังพื้นจากอาการบาคเจ็บ เขาได้ไปพบหลวงโอฬารที่สถานีตำรวจในฐานะสารวัตรคนใหม่ เขาได้สั่งพักราชการหลวงโอฬารในข้อหาต้องวงสัยฆ่าจเรตำรวจและช่องโจรด้านหลวงโอฬารทำให้เขาหาหลักฐานมายืนยันใน 3 วันหลังจากนั้นเขาได้สู่กับ บุหงา ลูกน้องของ หลวงโอฬารและใช้อาคมจนพบว่า บุหงา ต้องทำงานนี้เพราะเป็นหนี้ชีวิตอัลฮาวียะลู

บุหงา
บุหงา

และเขาได้พาชาวบ้านหนี้ขึ้นรถไฟญี่ปุ่นแต่เจอกับ”เสือสัง”และลูกน้องไล่ตามมา เขาได้สู้กับกองโจงก่อนจะสู้กับเสือสังบนหลังคารถไฟจนเสือสังถูกแทงตายและได้พาชาวบ้านไปที่สโมสรงาช้างเพื่อเผชิญหน้ากับหลวงโอฬารแต่กับเจอกองโจรของอัลฮาวียะลูได้ต่อสู้กันจนทำให้ชาวบ้านตายกันมากแต่หลวงโอฬารหนี้ไปได้ เขาได้สู้กับอัลฮาวียะลูตัวต่อตัวและทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อของอัลฮาวียะลู ก่อนจะแทงอัลฮาวียะลูจนตาย เวลาต่อมาเขได้ตามล่าหลวงโอฬารและยิงหลวงโอฬารจนตาย

สู้กับอัลฮาวียะลู
สู้กับอัลฮาวียะลู

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เครดิต : GCLUBU4
ละยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ Ghost Rider 2

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *